ยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต
Benign Prostatic Hyperplasia - BPH

      ภาวะต่อมลูกหมากโต  เป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชาย โดยมักเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40-45 ปีขึ้นไป ภาวะนี้เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ต่อมลูกหมาก ซึ่งมีกลไกสำคัญคือฮอร์โมน Testosterone ที่ถูกเอนไซม์ 5 alpha-reductase เปลี่ยนให้เป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) ไปกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโตขึ้น ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยยาก็ต่อเมื่อมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ที่รบกวนชีวิตประจำวันร่วมด้วยเท่านั้น

Image
การรักษาด้วยยาในปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่:
1. ยากลุ่ม Alpha-blocker
เป็นยากลุ่มแรก ที่แพทย์มักพิจารณาใช้ เนื่องจากออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพดี ยาจะไปยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก ทำให้อาการปัสสาวะขัดดีขึ้น  แบ่งออกเป็น 2 ชนิด:
Non-selective(เช่น Doxazosin, Terazosin): ยับยั้งตัวรับโดยไม่เจาะจง จึงมีผลทำให้ความดันโลหิตลดลงด้วย เหมาะสำหรับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่มีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย 
Selective (เช่น Alfuzosin, Tamsulosin, Silodosin): เจาะจงที่ต่อมลูกหมากเป็นหลัก จึงไม่ค่อยมีผลลดความดันโลหิตของผู้ป่วย ผลข้างเคียง อาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะ, ความดันลดลงขณะเปลี่ยนท่าทาง  หรือมีภาวการณ์หลั่งอสุจิผิดปกติน้อยกว่าเดิม 
2. ยายับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase 
เช่นยา Finasteride และ Dutasteride ออกฤทธิ์โดยการไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT ทำให้เซลล์ต่อมลูกหมากฝ่อและลดขนาดของต่อมลูกหมากลงได้ รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดและลดการเกิดภาวะปัสสาวะไม่ออก 
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยากลุ่มนี้ คือมักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง และมีขนาดต่อมลูกหมากใหญ่ (มากกว่า 30-40 มิลลิลิตร) หรือมีค่าตวจเลือด PSA สูง
ข้อควรระวัง ยากลุ่มนี้ใช้เวลาออกฤทธิ์นาน (เริ่มเห็นผลหลังทานยา 6 เดือน) และยาจะกดให้ค่ามะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ลดลงร้อยละ 50 จึงต้องระวังในการแปลผลตรวจคัดกรองมะเร็ง ส่วนผลข้างเคียงคืออาจทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศและลดความต้องการทางเพศ
3. ยากลุ่ม Phosphodiesterase 5 inhibitors (PDE5Is)
เช่นยา Tadalafil ขนาด 5 มิลลิกรัม ช่วยเพิ่มสารที่ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว และช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของต่อมลูกหมาก ข้อบ่งชี้ คือ มักใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตร่วมกับมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ   
4. ยาสมุนไพร (Plant extracts)
เช่น Saw palmetto กลไกการออกฤทธิ์ยังไม่แน่ชัดและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือยังมีจำกัด แพทย์จึงแนะนำให้ใช้เป็นทางเลือกหรือในรูปแบบอาหารเสริมเท่านั้น

      แนวทางการรักษาและการใช้ยาร่วมกัน (Combination Therapy) ในผู้ป่วยที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่ (มากกว่า 30 มิลลิลิตร) หรือมีค่า PSA สูงกว่า 1.5 ng/ml มีความเสี่ยงที่โรคจะลุกลาม แพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาร่วมกันคือ Alpha-blocker ควบคู่กับ 5ARIs ซึ่งจะให้ผลการรักษาและบรรเทาอาการได้ดีกว่าการใช้ยาเพียงตัวเดียว
      หลักสำคัญที่สุดก่อนการสั่งจ่ายยาคือ การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดว่าอาการทางเดินปัสสาวะที่ผิดปกตินั้นเกิดจากต่อมลูกหมากโตจริง ๆ ไม่ใช่เกิดจากโรคอื่น (เช่น ท่อปัสสาวะตีบ หรือกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ) และหากให้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต้องตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อนที่จะเพิ่มหรือเปลี่ยนยาเสมอ ดังนั้นผู้มีอาการผิดปกติดังกล่าวควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง   

หน่วย ศัลยกรรทางเดินปัสสาวะ ศูนย์คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ร.พ. พระมงกุฎเกล้า
ติดต่อ  02-763-3123